เคล็ดลับฟื้นบำรุงผิวให้สวยใส ไม่โทรม

“มาส์กบำรุงผิวหน้า” ตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูและบำรุงผิวอย่างเร่งด่วน ที่มีสารบำรุงที่เข้มข้นกว่าครีมบำรุงในขั้นตอนปกติ ปัจจุบันมีมาส์กหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ แล้วมาส์กแต่ละแบบแตกกต่างกันอย่างไร ดีอย่างไร จะมาช่วยปัญหาผิวอะไรของเราบ้าง

ประเภทของมาส์กบำรุงผิวหน้า

1. มาส์กแบบแผ่น หลากหลายข้อบ่งใช้ให้เลือกทั้งเพื่อความชุ่มชื้น ผิวขาวกระจ่างใส หรือลดเลือนริ้วรอย วางแผ่นมาส์กให้แนบสนิทไปกับผิวหน้า (มักจะเว้นพื้นที่รอบดวงตาและริมฝีปาก) ควรระวังไม่ขยับใบหน้า เพราะอาจเกิดช่องอากาศทำให้แผ่นมาส์กไม่แนบสนิทกับผิวหน้า อาจมีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแผ่นมาส์กลดลง มาส์กประเภทนี้ควรทิ้งระยะเวลาตามที่ผลิตภัณฑ์ระบุไว้ เพราะหากทิ้งไว้สั้นกว่าเวลาที่กำหนด อาจทำให้ประสิทธิภาพของแผ่นมาส์กไม่เต็มที่ แต่หากทิ้งไว้นานเกินไปอาจทำให้แผ่นมาส์กดึงดูดเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวเรา หลังการมาส์กหน้าแบบแผ่นแล้ว บางยี่ห้ออาจต้องล้างน้ำสะอาด หรือบางยี่ห้อก็ไม่ต้องล้างออกค่ะ

2. มาส์กแบบโคลน มักมีคุณสมบัติดูดซับความมัน/สิ่งสกปรกบนใบหน้า หลังจากทามาส์กโคลนทั่วใบหน้า (เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก) เมื่อครบกำหนดเวลาหรือโคลนเริ่มแห้งแล้ว ต้องล้างทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำสะอาด โดยทั่วไปสามารถมาส์กหน้าแบบโคลนได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพราะหากทำบ่อยเกินไปผิวอาจสูญเสียความชุ่มชื้นได้

3. มาส์กแบบครีม มาส์กรูปแบบนี้มีหลายลักษณะเช่นทาทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือเมื่อครบกำหนดเวลาแล้วต้องสครับขัดผิวเบาๆ เพื่อเอาซากเซลล์ผิวที่ทับถมกันออกไป ช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส ไม่หมองคล้ำ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวมัน มีปัญหาผิวอุดตัน สามารถสครับขัดผิวได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

4. สลีปปิ้งมาส์ก (Sleeping Mask) เป็นครีมมาร์คหน้าที่สามารถทาแล้วทิ้งไว้ได้โดยไม่ต้องล้างออก ที่พบบ่อยๆ เป็นมาส์กกสำหรับปัญหาผิวขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น หรือผิวที่มีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำก็มีสลิปปิ้งมาส์กที่ช่วยตอบโจทย์เหล่านี้ หลายตัวมีคุณสมบัติเป็นไนท์ครีม (คือทาครีมปริมาณปกติที่ใช้ทาทั่วใบหน้า) แต่หากทาปริมาณที่มากขึ้น หนาขึ้นครีมตัวนั้นก็จะทำหนี่เป็นสลิปปิ้งมาส์ก ซึ่งควรทาสลิปปิ้งมาส์กนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการบำรุงก่อนนอน หากรู้สึกเหนอะหรือหนักหน้าสามารถใช้กระดาษทิชชูซับเนื้อครีมออกหลังจากทิ้งระยะไว้ซัก 10-15 นาที มาส์กชนิดนี้สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ (หากไม่มีอาการอุดตันของผิว)

ไม่ว่าเราจะเลือกใช้มาส์กประเภทไหน ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด และมาส์กทุกประเภทต้องทำบนใบหน้าที่สะอาด (ต้องล้างทำความสะอาดผิวก่อน) หากต้องบำรุงหลังการมาส์กหน้าการใช้โทนเนอร์และน้ำแร่จะเป็นการช่วยปรับสภาพผิว ปรับสมดุลผิวให้ยิ่งพร้อมรับสารบำรุงในขั้นตอนต่อไป

  • แม้ว่ามาส์กจะมีสารบำรุงที่เข้มข้นกว่า และ(อาจ)เห็นผลได้เร็วกว่าครีมบำรุงที่เราใช้ประจำวัน แต่ผลจากมาส์กอยู่ไม่นานเท่าครีมบำรุงผิว กล่าวคือในมาส์กหนึ่งแผ่นหรือการใช้หนึ่งครั้งมักมีความเข้มข้นมากกว่าปริมาณครีมที่เราใช้ในหนึ่งครั้ง แต่ประสิทธิภาพจากการใช้มาส์กจะสั้นกว่าการใช้ครีมบำรุงประจำวัน ประสิทธิภาพจากมาส์กจะคงอยู่ได้ราว 1-2 วันเท่านั้น และครีมบำรุงผิวต้องใช้บ่อยกว่า และต้องใช้เป็นประจำเพื่อผลที่ต่อเนื่อง (ตอนเช้าและก่อนนอน) ส่วนมาส์กใช้เพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

เพื่อผิวที่สวยเสมอ…ผิวต้องการการบำรุงแบบครบขั้นตอน [ทำความสะอาด-แก้ปัญหา-บำรุง-ปกป้อง] แต่ในวันที่ผิวต้องการความสวยแบบเร่งด่วน…มาส์กบำรุงผิวก็ยังเป็นตัวช่วยในช่วงอันจำกัดนี้ได้เป็นอย่างดี เริ่มต้นดูแลร่างกาย ดูแลผิวให้สวยและแข็งแรง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *